Pull&Bear ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 โดยมีภารกิจระดับสากลที่ชัดเจนและมีเป้าหมายที่จะแต่งตัวให้กับคนหนุ่มสาวที่มีส่วนร่วมกับสภาพแวดล้อมของตน ที่อาศัยอยู่ในชุมชน และมีความสัมพันธ์ร่วมกันได้ โดยเป็นหนุ่มสาวที่ต้องการแต่งตัวแบบลำลอง ไม่เคร่งครัดตามแบบแผน และอยากสวมใส่อะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกดี เพื่อตอบสนองความต้องการของหนุ่มสาวกลุ่มนี้ Pull&Bear จึงนำเอาเทรนด์โลกล่าสุดมาผสมผสานกับอิทธิพลที่พบเห็นบนท้องถนน และตามคลับที่ทันสมัยที่สุด โดยปรับแต่งใหม่ในสไตล์ต่าง ๆ และเปลี่ยนให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและสวมใส่ง่าย
พัฒนาการของ Pull&Bear เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าของแบรนด์ โดยเรามองหาเทคโนโลยีใหม่ การเคลื่อนไหวทางสังคม และเทรนด์ศิลปะหรือดนตรีล่าสุดอยู่เสมอ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถมองเห็นได้ไม่เพียงแต่ในดีไซน์เสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังเห็นได้ในร้านค้าด้วย กลุ่มสินค้าของเรามีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองปาล์มสปริงส์ในตำนานของรัฐแคลิฟอร์เนีย ร้านค้าทั้งหมดที่ตั้งอยู่ทั่วโลกจะได้รับสินค้าใหม่สัปดาห์ละสองครั้ง
ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอินดิเท็กซ์ (Zara, Pull&Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius, Oysho และ Zara Home) Pull&Bear มีจำหน่ายอยู่ใน 76 ตลาดประเทศ โดยมีเครือข่ายร้านค้าที่มีหน้าร้านมากกว่า 970 แห่งซึ่งรวมถึงร้านค้าออนไลน์
เครือข่ายร้านค้าแฟชั่น Pull&Bear ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การแบ่งส่วนตลาดที่กลุ่มอินดิเท็กซ์เป็นผู้ริเริ่ม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ผู้คนต้องการสไตล์แฟชั่นแบบเบสิกที่ได้รับอิทธิพลจากเทรนด์สากล โดยเป็นแฟชั่นที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยสามประการ ได้แก่ แฟชั่น ราคา และคุณภาพ แนวคิดพื้นฐานของ Pull&Bear คือการนำแฟชั่นมาสู่ผู้คน
ความสามารถในการเข้าใจแนวคิดของแฟชั่นระดับโลกผนวกกับนโยบายราคาที่ดุดันช่วยให้เกิดการขยายตัวไปยังต่างประเทศตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นไปด้วยการเปิดร้านค้าแห่งแรกในโปรตุเกส
Pull&Bear มาถึงกรีซและมอลตา และรั้งตำแหน่งที่แข็งแกร่งในตลาดประเทศทั้งสองได้อย่างรวดเร็ว
เปิดร้านค้าแห่งแรกในอิสราเอล
เปิดตัวคอลเลกชันแรกสำหรับผู้หญิงเป็นครั้งแรก มีการเพิ่ม Xdye เข้าไปในกลุ่มสินค้า Pull&Bear โดยนำเสนอเสื้อผ้าที่ออกแนวกีฬาและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยเชื่อมโยงกับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของหนุ่มสาวในศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่เริ่มต้น อาทิเช่น ดนตรี เทคโนโลยี การเคลื่อนไหวทางศิลปะ ปัญหาทางสังคม ฯลฯ และในปีเดียวกันนั้นได้มีการสร้างเว็บไซต์แรกขึ้น และเปิดร้านค้าแรกในไซปรัส
กลุ่นสินค้าใหม่ช่วยกระตุ้นให้เกิดร้านค้าที่เสียงเพลง เทคโนโลยี วิดีโอเกม และภาพวิดีโอผสานรวมกับเสื้อผ้าเพื่อมอบไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงแก่ลูกค้า
เปิดร้านสาขา Pull&Bear แห่งแรกในคูเวต
มีการเพิ่มกลุ่มสินค้าเสื้อผ้า Sickonineteen เข้าไปในร้านค้า โดยตั้งเป้าไปยังตลาดหนุ่มสาวอีกเช่นเดิม Pull&Bear เข้าสู่ตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไอร์แลนด์ และเวเนซุเอลาในปีเดียวกัน
เปิดร้านค้าแรกในเม็กซิโก จอร์แดน บาห์เรน กาตาร์ และเลบานอน
เปิดร้านค้าแรกในอันดอร์ราและสโลวาเกีย
Pull&Bear มาถึงโรมาเนียและรัสเซีย
เปิดร้านค้าแรกในฝรั่งเศส อิตาลี ตุรกี และสาธารณรัฐเช็ก
เอลซัลวาดอร์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ และสิงคโปร์กลายเป็นตลาดใหม่
Pull&Bear มาถึงตลาดสโลวีเนีย เบลเยียม ซาอุดีอาระเบีย กัวเตมาลา ลัตเวีย มาเลเซีย เซอร์เบีย และฮังการี
เข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย มอนเตเนโกร สหราชอาณาจักร และอียิปต์ Pull&Bear เริ่มเผยแพร่แคตตาล็อกบนเว็บไซต์อย่างเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษ ซึ่งเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่โครงการนี้ยังได้ให้การช่วยเหลือเขตอนุรักษ์ชีวมณฑล Sierra Gorda ในเม็กซิโก และเข้าไปมีส่วนร่วมในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยากจนในชุมชนท้องถิ่น
โครเอเชีย ยูเครน เอสโตเนีย และจีนกลายเป็นตลาดใหม่
เปิดร้านค้าในบัลแกเรีย เขตบริหารพิเศษมาเก๊า เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และคาซัคสถาน
Pull&Bear เริ่มดำเนินการในฮอลแลนด์ โมร็อกโก และเกาหลี เปิดตัวร้านค้าออนไลน์เป็นครั้งแรกในวันที่ 6 กันยายน Pull&Bear ฉลองครบรอบ 20 ปี (1991-2011) ด้วยคอลเลกชันลิมิเต็ด เอดิชันสำหรับเด็ก Pull&Bear for Kids และในปีนี้ยังมีการเปิดตัวสินค้ากลุ่มพรีเมียมสำหรับผู้ชาย Pull&Bear Heritage โดยมุ่งเป้าไปที่ลูกค้าผู้ใหญ่ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับแบรนด์
เปิดร้านค้าแรกในออสเตรีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ จอร์เจีย ฮอนดูรัส มาซิโดเนีย สาธารณรัฐโดมินิกัน และประเทศไทย Pull&Bear ให้บริการเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้นในสวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน โมนาโก ลักเซมเบิร์ก และเดนมาร์ก
เปิดร้านค้าแรกในเยอรมนี คอสตาริกา ปานามา และจีนไต้หวัน เปิดตัวร้านค้าออนไลน์ในโรมาเนีย เปิดตัวคอลเลกชันเดนิมจากผ้าฝ้ายออร์แกนิกเป็นครั้งแรก
เปิดตัวแคมเปญระดับโลกครั้งแรก Be More Barrio เปิดร้านค้าหน้าร้านแห่งแรกในสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดน
ขยายร้านค้าออนไลน์ของ Pull&Bear ในตลาดยุโรปใหม่ 12 แห่ง จึงทำให้ในปัจจุบันมีตลาดทั้งหมด 33 แห่งทั่วโลก เปิดร้านค้าหน้าร้านแรกในนิการากัวและลักเซมเบิร์ก
เปิดร้านค้าหน้าร้านแรกในเบลารุสและเวียดนาม เป็นผู้สนับสนุนหลักของ Pull&Bear Pantin Classic Galicia Pro ซึ่งเป็นการแข่งขันกระดานโต้คลื่นที่สำคัญ และได้พัฒนาโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการเก็บขยะและการรีไซเคิล
Pull&Bear เปิดตัวคอลเลกชันแคปซูล Join Life ครั้งแรก ซึ่งเป็นฉลากที่กลุ่มอินดิเท็กซ์ ใช้เพื่อระบุเสื้อผ้าที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบและกระบวนการที่ยั่งยืนที่ดีที่สุด
Pull&Bear ได้ร่วมมือกับ Primavera Sound ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลก
Pull&Bear นำเทรนด์สากลล่าสุดมาสู่ท้องถนนในรูปแบบของเสื้อผ้าที่เรียบง่าย สะดวกสบาย และลำลอง คอลเลกชัน Pull&Bear เกิดขึ้นมาจากความคิดของการเป็นเครื่องแต่งกายของชายและหญิงที่มีความคิดแบบหนุ่มสาว โดยอายุไม่ใช่อุปสรรคในการเลือกเสื้อผ้า
Pull&Bear ประกอบด้วยสินค้าสองกลุ่มที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงสำหรับทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว โดยที่ในสินค้ากลุ่มแรก จะพบกับสินค้าที่ดูลำลองมากขึ้นในร้านค้าในรูปแบบของเสื้อสเวตเชิ้ต เสื้อยืด กางเกงยีนส์ กางเกงเบอร์มิวด้า รอวเท้าผ้าใบ และหมวก โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผ้าฝ้ายเป็นหลัก
ส่วนสินค้ากลุ่มที่สองจะมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าชายหญิงที่เป็นผู้ใหญ่กว่าที่โตขึ้นมาพร้อมกับแบรนด์ สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ Pull&Bear ได้ผลิตเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทรนด์สากลล่าสุดทั้งในลุคกลางวันและตอนเย็น ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งในที่ทำงานและในช่วงเวลาว่างได้ สินค้ากลุ่มนี้ปรับเทรนด์ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า Pull&Bear โดยทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นและสามารถเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย
โดยที่คอลเลกชันสิ่งทอยังมีรองเท้า อุปกรณ์เสริม เครื่องประดับ น้ำหอม หูฟัง รองเท้าสเก็ตยาว และแว่นกันแดด ที่ใช้ช่วยเสริมกันได้
ร้านค้า Pull&Bear/ปี:
ผลประกอบการเมื่อปิดตลาดอยู่ที่ 1,747 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับตัวเลขประจำปี 2016 โดยขายสินค้ารวมมากกว่า 139 ล้านรายการ ซึ่งเป็นการขายเสื้อยืดกว่า 32 ล้านตัว
กลุ่มอินดิเท็กซ์เป็นเครือบริษัทที่ประกอบด้วยแบรนด์ธุรกิจเจ็ดแบรนด์ ได้แก่ Zara, Zara Home, Pull&Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius และ Oysho มีคอลเลกชันต่าง ๆ อยู่ในตลาดประเทศมากกว่า 200 แห่งผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจทั่วโลกแบบบูรณาการ โดยทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกัน ได้แก่ การนำเสนอแฟชั่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้า มีคุณภาพ และเป็นแฟชันที่ผลิตขึ้นมาอย่างมีความรับผิดชอบ
กลุ่มอินดิเท็กซ์ได้รวมบริษัทมากกว่าหนึ่งร้อยแห่งที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมที่หลากหลายต่าง ๆ ด้านการออกแบบ การผลิต และธุรกิจการจัดจำหน่ายสิ่งทอเข้าไว้ด้วยกัน
ลูกค้าคือจุดโฟกัสหลักของรูปแบบธุรกิจเฉพาะของเรา ซึ่งมีรากฐานอยู่บนนวัตกรรมและความยืดหยุ่น วิธีการที่เราเข้าใจแฟชั่นซึ่งหมายถึงความคิดสร้างสรค์และการออกแบบที่มีคุณภาพ ประกอบกับการตอบสนองฉับไวต่อความต้องการของตลาด ทำให้เราสามารถขยายตัวไปยังประเทศต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และแบรนด์ทั้งแปดของเราได้รับการต้อนรับที่ยอดเยี่ยมจากบรรดาลูกค้า
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์กลุ่มองค์กร:
การตกแต่งภายในร้านค้าได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดแสดงเสื้อผ้าแฟชั่น ทั้งการวางเค้าโครงพื้นที่ เฟอร์นิเจอร์ การจัดแสง ดนตรี ภาพ และองค์ประกอบทั้งหมดได้รับการคัดสรรมาอย่างรอบคอบเพื่อมอบความอิสระสูงสุดให้แก่ลูกค้าได้เลือกสรรตามใจชอบ ร้านค้านั้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เฉกช่นเดียวกับคอลเลกชัน ทีมงานออกแบบตกแต่งภายในได้นำการออกแบบใหม่ ๆ เข้ามาใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า และเพื่อทำให้ร้านค้าเกิดไดนามิกและไม่เหมือนใคร ความยืดหยุ่นคือกุญแจสำคัญ ด้วยเหตุนี้ เราจึงใส่ใจในแต่ละโครงการแยกจากกันเพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละพื้นที่
ร้านใหม่ได้ยกระดับแนวคิดสไตล์แคลิฟอร์เนียไปสู่ระดับใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านปาล์มสปริงส์และจากสถานที่อื่น ๆ ทางชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา นอกจากสไตล์ร้านค้าที่เป็นเอกลักษณ์นี้แล้ว เรายังได้เสริมคุณลักษณะใหม่บางประการเพื่อเพิ่มการมองเห็นสินค้าให้เด่นชัดขึ้นและเพิ่มประสบการณ์การชอปปิ้งที่มีประโยชน์และน่าพึงพอใจมากขึ้น โดยทั่วไป การตกแต่งได้รับการปรับให้ง่ายขึ้นโดยที่ตอนนี้ได้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในระะดับต่ำลงซึ่งจะทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางขึ้น ร้านค้าพร้อมต้อนรับลูกค้าอย่างอบอุ่น โดยเป็นความรู้สึกที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการตกแต่งด้วยวัสดุสามประเภท ได้แก่ พื้นผิวสีขาว ไม้ และโลหะชุบสังกะสี
การจัดแสงเป็นคุณสมบัติอีกประการหนึ่งที่สำคัญทั้งภายในที่มุ่งเน้นไปที่เสื้อผ้า และภายนอกที่มีแสงจากหน้าจอ LED ขนาดใหญ่รวมเข้าด้วยกันกับแสงไฟภายในเพื่อส่งมอบพลังงานพิเศษ ความยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ไม้ทั้งหมดที่ใช้ผลิตมาจากป่าที่ได้รับการรับรองซึ่งรับประกันการตรวจสอบย้อนกลับได้ ร้านค้าของเรายังก้าวกระโดดไปไกลในแง่ของการรวมอีคอมเมิร์ซกับจุดขายหน้าร้าน โดยสามารถมองเห็นบริการออนไลน์ของเราที่มีความหลากหลายได้มากขึ้นในร้านค้า ผ่านข้อความที่แสดงถึงกิจกรรมที่สอดคล้องกันระหว่างร้านค้าออนไลน์กับหน้าร้านซึ่งเป็นพื้นที่สองส่วนที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การชอปปิ้งที่ไม่เหมือนใคร
Pull&Bear ยังมีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสร้างประสิทธิภาพเชิงนิเวศ นอกเหนือจากการเลือกได้รับการรับรอง LEED ซึ่งยอมรับความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมในการออกแบบจุดขายที่ร้านค้าเรือธงของเราในมาดริดและรอตเตอร์ดัมแล้ว ร้านค้าของเราทุกร้านได้รับการออกแบบโดยเน้นที่คุณค่าในด้านต่าง ๆ เช่น การประหยัดพลังงาน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อย CO2 การปรับปรุงคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในร้าน การบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เรามองหาผู้ที่รักการเรียนรู้และเชื่อในสิ่งที่ทำและมีทัศนคติที่ถูกต้องอยู่เสมอ วัฒนธรรมองค์กรของ Pull&Bear ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทำงานเป็นทีม การสื่อสารแบบเปิดกว้าง และมาตรฐานสูง หลักการเหล่านี้เป็นพื้นฐานของความมุ่งมั่นส่วนบุคคลของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่ความพึงพอใจของลูกค้า
Pull&Bear มอบสภาพแวดล้อมที่มีความไดนามิกและเป็นสากลให้กับพนักงาน โดยเล็งเห็นคุณค่าของการแสดงความคิดเห็นของพนักงานและสนับสนุนให้เติบโตในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ทีมผู้บริหารส่วนใหญ่ของเรานั้นเริ่มต้นจากการทำงานในร้านค้าต่าง ๆ นอกจากนี้ เรายังเชื่อในความมั่นคงของพนักงานและการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง คุณสนใจที่จะทำงานกับเราหรือไม่ แล้วรออะไรอยู่ล่ะ!
หากคุณต้องการทราบเกี่ยวกับข้อเสนองานทั้งหมดของเราทั้งในส่วนกลางและในร้านค้า หรือหากคุณแค่ต้องการส่งประวัติย่อของคุณให้เรา
โปรดไปที่เว็บไซต์ Inditex โดย คลิกที่นี่
ตั้งแต่ปี 1995 Pull&Bear ได้ขยายธุรกิจระหว่างประเทศด้วยการผสมผสานระหว่างบริษัทและร้านค้าแฟรนไชส์ โดยได้เปิดร้านค้าผ่านระบบ MASTER FRANCHISE ในอันดอร์รา แอลจีเรีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน โคลอมเบีย คอสตาริกา ไซปรัส สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ อียิปต์ เอลซัลวาดอร์ เอสโตเนีย จอร์เดน ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย ไทย ตูนิเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เวเนซุเอลาและเวียดนาม
Pull&Bear ยังมีร้านค้าจัดจำหน่ายโดยไม่ได้ร่วมกับ MASTER FRANCHISE ในแอลเบเนีย ออสเตรีย เบลารุส เบลเยียม บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา บัลแกเรีย จีน โครเอเชีย สโลวาเกีย สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี คาซัคสถาน ลักเซมเบิร์ก เขตบริหารพิเศษมาเก๊า มาซิโดเนีย เม็กซิโก มอนเตเนโกร เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเช็ก โรมาเนีย รัสเซีย เซอร์เบีย เกาหลีใต้ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ จีนไต้หวัน ตุรกีและยูเครน เป็นแบบสแตนด์อโลนโดยและไม่มีตัวเลือกในการได้รับแฟรนไชส์ในเครือของเรา
Pull&Bear MASTER FRANCHISE แต่ละแห่งนี้ได้รับสิทธิ์เฉพาะในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์นั้น ๆ เพื่อพัฒนาร้านค้าของตน ไม่สามารถส่งต่อแฟรนไชส์ย่อยให้กับบุคคลที่สามหรือแก่ผู้ค้าส่งได้
โปรไฟล์ทั่วไปของ MASTER FRANCHISE คือบริษัทที่มีประสบการณ์ด้านการกระจายสินค้าปลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแฟชั่น มีศักยภาพทางการเงินและการบริหารจัดการที่เพียงพอในการพัฒนาร้านค้า Pull&Bear ในพื้นที่แฟรนไชส์ให้ประสบผลสำเร็จสูงสุด
Pull&Bear วางรากฐานความสำเร็จในระดับสากลโดยการรักษาความเป็นตัวตนในทุกตลาดประเทศที่เข้าไปเปิดตลาด ด้วยเหตุนี้ องค์ประกอบทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์จะต้องสอดคล้องไปในแนวทางปฏิบัติที่บริษัทแม่กำหนด ได้แก่ สถานที่ตั้งและพื้นที่ของร้านค้า การตกแต่ง บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า และการประสานงาน
ร้านค้า Pull&Bear ต้องตั้งอยู่ในถนนสายหลักหรือศูนย์การค้าใจกลางเมือง พื้นที่มาตรฐานของร้านค้าอยู่ที่ประมาณ 750 ตารางเมตร โดยมีขนาดหน้าร้าน 18 เมตรและความสูงเหนือศีรษะ 4.5 เมตร
ก่อนการเปิดเพื่อทำธุรกิจ Pull&Bear และบริษัทที่ได้รับแฟรนไชส์จะร่วมกันออกแบบแผนการขยายตลาด ซึ่งจะได้รับการอัปเดตตลอดอายุสัญญาโดยให้เป็นไปตามการปรับเปลี่ยนใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ Pull&Bear จะจัดหาองค์ประกอบที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการเปิดร้านค้าแต่ละแห่งให้แก่ผู้ที่ได้รับแฟรนไชส์ และจะคอยช่วยเหลือตลอดระยะเวลาอายุสัญญาธุรกิจพร้อมบุคคลากรและความรู้ที่จำเป็นเพื่อรับประกันการดำเนินงานที่ดีของร้านค้าในตลาดประเทศนั้น ๆ
ในแต่ละฤดูกาล Pull&Bear Spain จะจัดส่งสินค้าตั้งต้นหรือให้บริษัทที่ได้รับแฟรนไชส์ส่งบุคคลากรมาเพื่อเลือกสินค้าสำหรับตลาดนั้น ๆ ต่อมา Pull&Bear Spain จะส่งสินค้าต่าง ๆ ที่มีอยู่ในคลังสินค้ากลางทางช่องทางดิจิทัลสัปดาห์ละสองครั้ง ซึ่งจะดำเนินต่อไปเช่นนี้ตลอดทั้งแคมเปญ ผู้ได้รับแฟรนไชส์จะได้รับสินค้าที่สั่งซื้อภายใต้เงื่อนไข C.I.F ในช่วงระยะเวลาระหว่าง 2 ถึง 4 วัน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของโลก
ผู้ได้รับแฟรนไชส์จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการตกแต่งและการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ งานบริหาร การเงิน บุคลากร ด้านกฎหมาย ฯลฯ
เงื่อนไขทางการเงิน ราคาขาย ราคาต้นทุน และค่าลิขสิทธิ์จะได้รับการวิเคราะห์เป็นกรณี ๆ ไปขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละตลาดประเทศ
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท:
ITX RS DOO BEOGRAD
หมายเลขทะเบียน: 20044896
ที่อยู่ตามทะเบียน: Milutina Milankovića 9đ, Belgrade-New Belgrade, Republic of Serbia
หมายเลขโทรศัพท์: (011) 202 3405
ที่อยู่อีเมลที่ผู้บริโภคสามารถติดต่อร้องเรียนได้: info-rs@zara.com
ข้อมูลว่าด้วยการร้องเรียนและการแก้ไขทางเลือกในกรณีเกิดข้อพิพาท:
ผู้บริโภคสามารถทำความตกลงนอกศาลเพื่อแก้ไขข้อพิพาทของผู้บริโภคที่อาจเกิดขึ้นได้ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ค้าจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการยุติข้อพิพาทของผู้บริโภคนอกศาล
ตั้งแต่ปี 2016 สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Pull&Bear ตั้งอยู่ที่เมือง Narón (A Coruña ประเทศสเปน) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นมากที่สุด สถานที่แห่งนี้ได้รับใบรับรอง Leed Gold ซึ่งเป็นการรับรองที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับอาคารที่ยั่งยืน
ที่ตั้งของสำนักงานใหญ่แสดงให้เห็นถึงความตระหนักในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ที่จอดรถมีพื้นที่สงวนไว้สำหรับจักรยานและรถยนต์ไฟฟ้า และพื้นที่สวนขนาดกว้างขวางที่รดด้วยน้ำรีไซเคิลถูกสร้างขึ้นเพื่อให้พนักงานสามารถพักผ่อนได้ พื้นที่ติดกับสำนักงานใหญ่ได้รับการบูรณะโดยใช้พันธุ์ไม้พื้นเมืองให้กลมกลืนกับแหล่งที่อยู่อาศัยของท้องถิ่น
การสนับสนุนการรีไซเคิลเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ตั้งแต่เริ่มกระบวนการก่อสร้าง โดยการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้เพื่อลดการใชัวัสดุดิบจากธรรมชาติ ในกิจกรรมประจำวัน พนักงานจะมีกล่องภาชนะที่พร้อมให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการแยกและรีไซเคิลของเสีย
เรามีระบบและการดำเนินการต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลคุณภาพอากาศภายในสำนักงานตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงเซ็นเซอร์ควบคุมระดับ CO2 ตัวกรองระบายอากาศเพื่อป้องกันมลพิษที่เข้ามา หรือสีและสติกเกอร์ที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยในปริมาณต่ำ
โดยรวมแล้ว สำนักงานแห่งใหม่นี้ผ่านการคิดที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขณะเดียวกันก็เพิ่มคุณภาพของบรรยากาศให้สูงสุดเพื่อประโยชน์ของพนักงาน
ในเดือนกันยายน 2559 Pull&Bear ได้เข้าร่วมโครงการ 'for&from' ของกลุ่มอินดิเท็กซ์ โดยมุ่งเน้นที่การบูรณาการทางสังคมของพนักงานผู้พิการ ร้านค้า 'for&from' แห่งแรกของแบรนด์ตั้งอยู่ ณ สถานที่ที่มีความสำคัญ นั่นคือใจกลางเมือง Ferrol (สเปน) ห่างจากสำนักงานใหญ่เพียงไม่กี่กิโลเมตร ร้านค้าแห่งนี้ได้รับการบริหารโดยร่วมมือกับ NGOcogami และเป็นร้านค้าอันดับที่สิบเอ็ดภายใต้โครงการของกลุ่มอินดิเท็กซ์
ร้านค้าแห่งนี้จำหน่ายเสื้อผ้าจากฤดูกาลก่อนหน้าในราคาที่ลดลง นับเป็นแฟรนไชส์พิเศษที่พนักงานทุกคนเป็นผู้ที่มีความพิการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือสติปัญญา การเปิดร้านค้า 'for&from' แห่งนี้เราได้บรูคลิน เบ็คแฮมมาเป็นแอมบาสเดอร์ของแบรนด์พิเศษนี้
โปรแกรม 'for&from' ได้กลายเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการบูรณาการแรงงานสังคมของคนพิการ โดยเราได้ทำงานร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินด้านความหลากหลาย โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2002 ที่ร้าน Massimo Dutti ในเมือง Palafolls (บาร์เซโลนา สเปน) และปัจจุบันได้ขยายไปเป็นเครือข่ายร้านค้าถึง 11 แห่งที่มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 90 คน
เป้าหมายของโครงการคือการสร้างการจ้างงานให้แก่ผู้พิการ สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มคนพิการ สร้างทรัพยากรให้แก่พันธมิตรอย่างองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร เปิดโอกาสให้พนักงานอินดิเท็กซ์มีส่วนร่วมกับโครงการทางสังคม และมีส่วนร่วมในนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรของกลุ่มบริษัท